สืบเนื่องจากพี่สิงห์ โอนเนอร์กรุ๊ป โตแล้วยังอ่านการ์ตูนอีก ใน Facebook จัดโปรเจคอันนี้
 
 
วนิดา ได้รับมอบหมายให้เขียนเป็นคนแรกค่ะ   และวนิดาเลือกเขียนเรื่อง  Fairy Tail  
 
จึงเอามาแปะในบล็อกด้วย และหากใครชื่นชอบการ์ตูน แวะเข้าไปทักทายในกรุ๊ปได้นะคะ "โตแล้วยังอ่านการ์ตูนอีก" 
 

เรื่อง

Fairy Tail

ชื่อไทย

ศึกจอมเวทอภินิหาร

ผู้แต่ง & ผู้วาด

Hiro Mashima (ฮิโระ มาชิมะ)

ตีพิมพ์ครั้งแรก

ปี 2006 โดย Kodansha Ltd., Tokyo , Japan

วางแผงในประเทศญี่ปุ่น

เล่ม 30 (ยังไม่จบ)

ลิขสิทธิ์ในประเทศไทย

วิบูลย์กิจ พับลิชชิ่ง กรุ๊ป

 

พวกเราทุกคนต่างเป็นจอมเวท

(โดย วนิดา แก่นจันทร์) 

 

หลังจาก Rave ผจญภัยเหนือโลก และ เรื่องสั้นขยันเขียน ทางสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ก็ออกผลงานเรื่องใหม่ของ ฮิโระ มาชิมะ มาให้แฟนๆชาวไทยได้อ่านกันอีก กับเรื่อง Fairy Tail หรือในชื่อไทย ศึกจอมเวทอภินิหาร (ผู้เขียนให้นิยามการ์ตูนของเขาว่า “หางของเทพยดา”) ในเล่มปัจจุบันก็กำลังถึงจุดไคลแม็กซ์อยู่เลยค่ะ

หากพูดถึงธีมหลักของเรื่อง คงหนีไม่พ้น การอยู่ร่วมกันเป็นสังคม (กิลด์) ความรักพวกพ้อง การเสียสละ โลดแล่นผ่านตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น นัตสึ ดราก้อนสเลเยอร์ ผู้หึกเหิมทำลายข้าวของโดยไม่รู้ตัว , ลูซี่ สาวน้อยผู้ใช้เวทแห่งดวงดาว , เอลซ่า ราชินีแห่งภูติ และคนอื่นๆที่ไม่ได้กล่าว ณ ที่นี้

จะเห็นว่าเรื่องราวของ Fairy Tail ถูกเล่าผ่านตัวละครหลายตัว หลักในการสร้างสรรค์ที่คิดว่าคล้ายกับภาพยนตร์ นั่นคือการสร้างตัวละครให้มีความกลม คือการสร้างให้มีมูลเหตุ มีเหตุผลในการกระทำสิ่งต่างๆ (ตัวอย่างเช่น นัตสึ ถูกเลี้ยงมาโดยมังกรตัวผู้ นัตสึจึงได้รับอิทธิพล ลักษณะนิสัยห่ามๆแบบนี้ = ไม่มีความละเอียดอ่อน เพราะตัวผู้เลี้ยงนั่นเอง)

หากไม่มีความกลมของตัวละครทั้งหมดในเรื่อง การกระทำต่างๆของพวกเขานั้นจะไม่สามารถส่งเสริมเรื่องราวให้ไปได้ถึงฝั่ง ผลที่ได้ก็คืออาการ แป้ก!!

สำหรับ Fairy Tail หลายๆครั้งที่เคยได้ยินเพื่อนบอกว่า การ์ตูนเรื่องนี้มันออกอ่าว ออกทะเลไปแล้ว แต่สำหรับเราคิดว่า มันก็ยังอยู่ในกรอบของความกลมที่ว่านี้อยู่นะ ตัวละครหลักหลายๆตัว ขับเคลื่อนไปด้วยแรงปรารถนาของตนเอง พร้อมกันนั้นก็ยังไม่ลืมพวกพ้อง อันเป็นธีมหลักของเรื่อง และขยายใหญ่ความรักนั้นไปสู่กลุ่มบุคคลที่พวกเขาเหล่านี้ได้ประสบพบเจอต่ออีกด้วย

จริงแล้ว ในขณะที่อ่าน น่าจะค้นหาความหมาย ของสิ่งต่างๆที่พวกเขากระทำ ว่าทำไปทำไม มีเหตุและผลอย่างไรไม่ใช่หรือ?

 บ่อยครั้งที่โลกการ์ตูน คือตัวสะท้อนสังคมมนุษย์ อ่าน Fairy Tail แล้วเรามองเห็นอะไรในระบบการอยู่ร่วมกันเป็นกิลด์ ตลอดจนโครงสร้างต่างๆของโลกแห่งนี้ไหม? มองเห็นมันซ้อนทับกับสังคมมนุษย์ปัจจุบันอยู่หรือเปล่า? หากมันกำลังซ้อนทับกันอยู่ วิธีการเอาตัวรอดละ มองเห็นด้วยใช่หรือไม่?

เมื่อเกิดปัญหาทั้งในกิลด์แฟรี่ เทล ก็ดี หรือโครงสร้างใหญ่อย่างโลกแห่งเวทใบนี้ ก็ดี ตัวละครเหล่านี้นอกจากจะใช้เวทตามความถนัดแก้ไขแล้ว พวกเขาก็ยังแฝงปรัชญาเบาๆ ให้เราคนอ่านแอบอึ้ง พร้อมสะดุ้งเฮือก และคิดว่า “เห้ย เราหลงลืมวิธีการแบบนี้ไปแล้วนี่หว่า” อยู่บ่อยๆ

คุณค่าของ Fairy Tail อาจจะไม่ได้อยู่ที่การวาดฉากแอ็คชั่นลื่นไหล เมามัน ฉากซึ้งเรียกน้ำตาระหว่างพวกพ้อง แต่มันอาจอยู่ที่ โลกของพวกเขา (ในการ์ตูน) กับโลกของพวกเรา (มนุษย์จริงๆ) ก็คือโลกเดียวกัน

 

ทิ้งท้ายด้วยตัวอย่างคำคม บาดหัวใจ สักเล็กน้อยค่ะ 

 

“...คนที่อ่อนแอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยังอ่อนแอเช่นเดิม

แต่ความอ่อนแอ ก็ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายไปซะหมด

เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่ตัวคนเดียว จึงมีกิลด์ มีพวกพ้อง  

เพื่อมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง จึงอยู่ร่วมกัน เดินต่อไปข้างหน้าด้วยกัน  

คนที่ซุ่มซ่าม ก็จะชนกำแพงบ่อยครั้งกว่าคนอื่น หรืออาจจะต้องเดินอ้อมไปอีกทาง

แต่ถ้าก้าวออกไปโดยเชื่อมันในวันพรุ่งนี้

พลังก็จะก่อกำเนิดออกมา

สามารถหัวเราะและมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง...”

 

โดย : มาคาลอฟ กิลด์มาสเตอร์แฟรี่ เทล

พูดกับ คาเงยาม่า สังกัดกิลด์ไอเซนวอลด์

Fairy Tail เล่ม 3

 

         

แหล่งข้อมูลของ Fairy Tail เพิ่มเติม

http://th.wikipedia.org/wiki ค้นหาด้วยคำว่า “แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร”

http://www.mangaupdates.com/series.html?id=3793

Comment

Comment:

Tweet

อ่านอยู่เหมือนกันครับ
ติดตาม อ.มาชิมะ มาตั้งแต่ Rave แล้ว

ชอบ Rave มากๆ ซึ้งหลายฉากเลย
มีอยู่ฉากหนึ่งที่พวกพระเอกย้อนเวลากลับไปอดีต
เพื่อตามหาความทรงจำของเอรี่
และความเสียสละของซิกฮาร์ท ทำให้สามารถ
กลับมาปัจจุบันได้ และก็ได้รู้ว่า
เค้าคนนั้นได้ปกป้องเธอตลอดมา.....

แล้วตอนนั้นเอง น้ำตาของผมก็ไหลออกมา....

Hot!