หนังประทับใจ ปี 2551
posted on 11 Jan 2009 01:33 by mailonoon in Moviesเขียนสำหรับนิตยสาร Starpics ฉบับ 742
ปักษ์แรก เดือนมกราคม 2552
โดยในเอ็นทรี่นี้ เราเอามาลงไว้เป็นบางส่วน
(ในเล่ม นักเขียนทุกคนนอกจากจะเขียนถึงหนังในหัวข้อต่อไปนี้
แล้วก็ยังมี ทัศนะส่วนตัว ส่งท้ายด้วย)
ภาพยนตร์ในดวงใจ
Tokyo Tower: Mom and Me and Sometimes Dad, The Dark knight - ต่างกันในเนื้อหา แต่เหมือนกันในอารมณ์สุดท้ายเมื่อดูจบ
หนังในดวงใจอันดับหนึ่ง คือหนังทั้งสองเรื่องนี้ค่ะ ซึ่งทั้งคู่สูสีคู่คี่กันมาก แม้เนื้อหาของหนังจะต่างกัน แต่เมื่อดูจบแล้ว อารมณ์ความรู้สึกสุดท้าย เหมือนกันเลยค่ะ
Tokyo Tower ทราบมาบ้างแล้วว่า ที่ญี่ปุ่นมีเป็นซีรี่ส์ ซึ่งก็ฮิตถล่มทลาย คนดูหมดน้ำตาไปเป็นปี๊บๆ ส่วนตัวแล้วเพิ่งมาได้อ่านอันที่เป็นนิยาย ก่อนที่จะดูภาพยนตร์ไปไม่นานเองค่ะ ฉบับนิยายเรียกน้ำตาได้มากทีเดียว พอมาดูเป็นหนัง ก็เรียกน้ำตาได้อีก ฉะนั้นความรู้สึกสุดท้ายของเราก็คือ ซึ้ง เศร้า และกลับมาคิดต่อว่า เราทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้างหรือยัง เราหันกลับไปมองคนใกล้ตัวอย่างแม่พ่อบ้างหรือยัง และเรามองชีวิตของเราต่อไปเป็นอย่างไร
เอ็นทรี่ Tokyo Tower คลิกที่นี่
The Dark Knight เป็นอีกเรื่องที่ชอบพอๆกัน หนังที่ทำให้อยากดู ฮีท เลดเจอร์ ในเวอร์ชั่นเกย์บ้าง การแสดงของฮีท ทำให้ระหว่างดู ไม่ได้สนใจอะไรในตัวแบทแมนเลย สายตาจับจ้องไปที่โจ๊กเกอร์ พินิจพิเคราะห์ การแสดงที่ฮีทได้แสดงออกมา แม้แต่เราที่เป็นคนดู ก็ยังเครียดไปกับบทบาทของโจ๊กเกอร์ เรียกได้ว่า บทบาทสุดท้ายของฮีทนั้น อยู่ในใจของคนดูหลายๆคน หรือทุกคน อย่างแน่นอน เมื่อดูจบเราย้อนกลับมาคิดต่อว่า บางครั้งอุดมการณ์ ความเชื่อที่เราเชื่อก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป บางทีมันอาจถูกมนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อทำให้สิ่งร้ายๆที่เราทำ นั้นดูถูกต้อง ก็เป็นได้
Kung Fu Panda, Well-E, Hell boy 2 -อนิเมชั่น และเอฟเฟ็คท์สุดอลังการ
อนิเมชั่นในปีนี้ นอกจากจะทำออกมาน่ารัก น่าหยิกแล้ว ยังแฝงประเด็นสะท้อนสังคม ให้เราเอามาขบคิดต่อได้อีก
Kung Fu Panda แค่เห็นภาพโปสเตอร์ก็อยากดูแล้ว ยิ่งดูตัวอย่างหนังก็อยากดูมากขึ้นอีก พอดูจริงๆ น่ารักตายไปเลย แม้พล็อตเรื่องจะออกแนวหนังตามสูตร แต่ผู้สร้างก็สามารถทำให้เราติดตามดูตั้งแต่ต้นจนจบได้ ส่วนหนึ่งคงเป็นคาแรคเตอร์ โพ หมีแพนด้าริอาจอยากเรียนกังฟู ที่มามัดใจเราไว้อย่างอยู่มัดละมั้ง
Well-E อนิเมชั่นที่ชกหน้านายทุน และผู้ที่ติดอยู่ในกระแสของความสะดวกสบาย ได้อย่างอยู่หมัด หากเปรียบเป็นมวย Well-E ก็คงชนะน็อกตั้งแต่แรกที่ออกหมัด ไม่ว่าเราจะได้ดูอนิเมชั่นเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ควรพึงสำนึกอยู่เสมอ ควรจะเป็นการทำสิ่งต่างๆให้อยู่ หรือเอื้อต่อธรรมชาติบ้าง ใช่หรือเปล่า บางครั้งเราก็พัฒนาสิ่งต่างๆรอบตัวมากจนเกินพอดี จนลืมมองไปยังธรรมชาติที่ถ้าหากไม่มีสิ่งนี้ ก็คงไม่มีเราอยู่ทุกวันนี้
Hell boy 2 ตอนแรกลังเลว่า จะดูเรื่องนี้ดีไหม เพราะมีคนบอกว่า ภาคแรกห่วยได้อีก แต่ดูในตัวอย่างก็น่าดูดีทีเดียว ก่อนดูให้เพื่อนเล่าให้ฟังว่า ภาคแรกนั้นเป็นอย่างไร พอไปดู เราชอบคาแรกเตอร์ที่เขาออกแบบนะ และดูจบ ก็ได้อะไรเก็บมาคิดเช่นกัน มาถึงเวลานี้เราจำไม่ได้แล้วว่าพล็อตเรื่องที่ให้เฮลบอยและพรรคพวก ออกปฏิบัติภารกิจนั้นคืออะไร แต่สิ่งที่จำได้คือประเด็กการอยู่ร่วมกันของชีวิตคู่ ของคนสองคน บางครั้งมันก็มีอะไรมากระทบกระทั่งกันบ้าง แต่หากทั้งสองคนเลือกที่จะอยู่ร่วมกันแล้ว บางอย่างเราก็ต้องปรับเปลี่ยน ปรับจูน เพื่อให้ชีวิตคู่นั้นเติมเต็มซึ่งกันและกัน สรุปว่า ชอบเรื่องนี้นะ
Once, Sky of Love- ชีวิตมันก็มีแค่นั้น
ช่วงนี้แม้ไม่ได้คิดไปถึงอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ก็เริ่มคิดถึงตัวตน สถานะภาพในสังคมของตัวเองมากขึ้น ที่คิดเช่นนี้ ไม่รู้เพราะปีนี้อายุเบญจเพสแล้วหรือเปล่า แต่ก็นะ ชีวิตคนเรามันก็มีอยู่แค่นั้นเอง แม้ทั้งสองเรื่องนี้จะไม่ใช่หนังที่สร้างในปี 2008 แต่เมื่อเอามาฉายที่เมืองไทยในปี 2008 เราจึงขออนุโลมอย่างไม่มีเหตุผล 555
Once หนังจากไอซ์แลนด์ พูดถึงหนึ่งหนุ่ม และหนึ่งสาว ที่กำลังมองหาตัวตนของตนเอง ทั้งสองทำให้เรารู้สึกว่า บางครั้งสิ่งที่เราอยากทำ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราทำได้ และเราจะไม่รู้เลยว่าเราทำได้หรือไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ลงมือทำ อีกทั้งบางครั้งแม้เราจะมีเหตุผลในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเพียงใด แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เราก็ไม่สามารถที่จะทำมันได้ บางทีชีวิตก็มีอยู่แค่นั้น
Sky of Love หนังจากประเทศญี่ปุ่นเรื่องนี้ ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ได้สร้างในปี 2008 แต่เราเพิ่งได้ดูในปีนี้ ชีวิตของคนเรายังคงวนเวียนอยู่กับ การเกิด แก่ เจ็บ และสุดท้ายก็ต้องตายไปเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติอีกครั้ง นอกจากวงเวียนชีวิตสี่อย่างนั้น มนุษย์จะต้องพบกับ เพื่อน คนรัก หน้าที่การงาน ฯลฯ ที่ต้องเจอไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เมื่อคนเราป่วย มักคิดเสมอว่า อยากป่วยคนเดียว ไม่อยากให้คนที่เรารักเห็นในสภาพที่อ่อนแอ แต่จริงๆแล้ว คนป่วยนั่นแหละ ที่ต้องการใครสักคนที่รักเราอย่างสุดหัวใจ มาอยู่เคียงข้างเวลาที่เจ็บป่วย บางทีชีวิตก็ซับซ้อนและเข้าใจยากแบบนี้
แปดวัน แปลกคน, ดรีมทีม, อีติ๋มตายแน่, ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น -บางที การหยิบจับประเด็นใกล้ตัวที่มองไม่เห็นมาทำเป็นหนังบ้าง มันก็ดีนะ
แปดวัน แปลกคน หนังไทยจิตวิทยาจ๋า เราชอบเรื่องนี้นะ เหมือนปีที่แล้ว ที่บอดี้ ศพ#19 กล้าที่จะเล่นกับประเด็นทางจิตวิทยา มาปีนี้ แปดวันฯ ก็ทำออกมาดีพอควร แม้บางคนอาจจะบอกว่า ดูยากไปบ้าง แต่รวมๆแล้ว หนังก็ทำให้เรากลับมาย้อนคิดว่า ในสังคมไทย มันก็ต้องมีคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวประมาณนักเรียนแพทย์คนนั้น มีคนสติฟั่นเฟือนเพราะเสียลูกไปแบบป้าคนนี้ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย หากเรามองลึกลงไป ความเห็นแก่ตัว และความไม่เท่าเทียมกัน มักเป็นแรงผลักให้มนุษย์กระทำสิ่งต่างๆได้อย่างคาดไม่ถึงอยู่เสมอ
ดรีมทีม หนังที่พล็อตเรื่องเน้นไปที่เด็ก สิ่งที่คิดก่อนดู คือ มันจะเป็นการจับปูใส่กระด้งเหรอ เนื้อเรื่องจะเละไม่เป็นท่าไหม หลากหลายความคิดมาก แต่เมื่อได้ดูและมองไปยังเด็กๆ หากเราไม่เอาใจใส่เด็กๆในการปกครอง เราอาจไม่รู้เลยว่า ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ที่มีความมุ่งมั่น อยากทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะเด็กเองก็มุ่งมั่นและอยากประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน เด็กๆในเรื่องน่ารัก
อีติ๋มตายแน่ ยุทธเลิศท็อปฟอร์ม หนังที่ทำให้เรารู้สึกว่า นี่แหละต้อมยุทธเลิศ เรื่องนี้ได้โน้ส อุดม มาเขียนบทให้ หากมองดีๆ หนังปล่อยหมัดให้เรารู้สึกว่า เราชอบมองและตัดสินคนแค่เพียงเปลือกนอกกันหรือเปล่า ถ้ามองแค่เปลือกนอกเราก็จะเห็นแค่ว่า มะขิ่นอาจไม่ใช่สเป็คของตึ๋ง และตึ๋งเองก็ไม่ใช่สเป็คอาชีพของอาสึกะเช่นกัน แต่ถ้าเรามองลึกลงไปข้างในตัวตนของคนคนนั้นละ มะขิ่นที่แสนดี เธอทำเพื่อคนที่รักอย่างไม่หวังผลตอบแทน ส่วนอาสึกะ ไม่ได้เป็นนางฟ้ามาจากไหน เธอก็คือนักท่องเที่ยวในสายตาของคนไทยทั่วไปเหมือนเดิม ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้น มีสิ่งหนึ่งที่ตึ๋งได้จากอาสึกะ นั่นคือการรักใครสักคนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องไปคิดกลัวถึงอนาคตที่ยังไม่เกิด เมื่อเต็มที่กับมันแล้วเมื่อถึงเวลาที่เราต้องเลิกกันก็จะไม่เสียใจภายหลัง
เช่นเดียวกับ ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังที่มี 4 เรื่องราว หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยช่วงเวลาปิดเทอม และภาพยนตร์ของดาราไต้หวันชื่อดัง ตี่ตี๋ แม้เรื่องราวชีวิตจะวนเวียนอยู่กับเรื่องรักเช่นเดิม แต่ไม่อาจปฏิเสธว่า ความรัก นี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้คนสดชื่นและสวยงาม ทั้ง 4 เรื่องราวคือเหตุการณ์ความรักในช่วงปิดเทอม ส่วนตัวแล้วชอบตอนของ เหิร และ นวล ที่มันอินในอารมณ์เพราะเราก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป ที่แสวงหาความรัก คบแล้วจะรักแท้หรือไม่แท้ จะได้หรือไม่ได้แต่งงานไม่รู้ ขอแค่คบกันยาวนานเท่าที่ความรู้สึกจะนานได้ และนึกถึงกันและกันก็พอ ซึ่งเราก็ต้องค้นหากันต่อไป จะเจอหรือไม่เจอก็เป็นอีกเรื่องนึง
Happy Birthday, ฝัน หวาน อาย จูบ- เกือบดีละ
Happy Birthday เรื่องนี้ชอบนะ แต่ก็รู้สึกว่า ถ้าไม่ให้มันจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง หนังมันจะสมบูรณ์และดูสมจริงกว่านี้หรือเปล่า เมื่อได้ดู เต็น และ เภา ถ้าบอกว่าเราเชื่อในความรักของเต็นนะ แต่เราก็รู้สึกว่าเต็นต้องการเอาชนะหรือเปล่า เอาชนะว่าเขาสามารถรักษาคำพูดได้ การจะรักษาคำพูดเป็นสิ่งดี แต่เต็นคิดสักนิดว่า โอเคเราดูอาการให้เภาไประยะหนึ่งแล้วนะ หากไม่ฟื้น ไม่ดีขึ้น คงต้องทำให้เภาไปสู่สุคตินะ จริงๆตรงจุดนี้ละเอียดอ่อนมาก ในชีวิตจริงก็คงมี ที่พ่อแม่ใจหนึ่งก็อยากรักษาเพื่อดูอาการลูกเอาไว้ แต่อีกใจก็อยากให้ลูกไปสบาย ตรงนี้มันเล่นกับจิตใจของคนได้ดีทีเดียว แต่เรารู้สึกว่ามันยังไม่สุดเท่าไหร่ แต่อย่างที่บอกตอนแรก เราชอบเรื่องนี้นะ (เหมือนตัวเองดี)
ฝัน หวาน อาย จูบ หนังสั้น 4 ตอนในเรื่องเดียว คล้ายๆ ปิดเทอมใหญ่ฯ และ 4 แพร่ง เรื่องนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ก็รู้สึกว่ามันขาดๆเกินๆอยู่เหมือนกัน ในตอน ฝัน ชอบและเข้าใจเจตนารมณ์ของผู้กำกับ ที่ต้องการนำเสนอ แต่ดูแล้วน่าจะทำในส่วนของความฝันให้เนี้ยบกว่านี้ (ยังไม่ได้สปอยด์ใช่ไหม) ตอนอื่นๆ ก็อย่างที่บอก มันขาดๆเกินๆ และบางทีก็ยัดเยียดไปหน่อย แต่รวมๆแล้วชอบเรื่องนี้นะ
นักแสดงหญิง
วาสนา ชลากร (แปดวัน แปลกคน) น่ากลัว สลัดคราบเซ็กซี่สตาร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คริส หอวัง (อีติ๋มตายแน่) เราว่าคริสแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติมากทีเดียว แล้วก็น่ารักด้วย
ศกลรัตน์ วรอุไร (ดรีมทีม) จำได้ครั้งแรกที่เห็นโฟร์ ก็ในมิวสิควิดีโอเพลงเพื่อนสนิทของเอ็นโดฟิน ต่อมาก็เห็นน้องเป็นนักร้องดูโอไปเสียแล้ว มาครั้งนี้ในบทบาทใหม่ แสดงภาพยนตร์ เราว่าน้องมีความสามารถดีทีเดียว น่ารักด้วย (แอบเป็นแฟนคลับโฟร์แฟน)
เซลม่า แบล์ (Hell Boy 2), จีจ้า ญาณิน (ช็อคโกแลต), คาริน่า เทสต้า (FRONTIERE(S)) สวย และ ดุดัน ชอบ
เอ็นทรี่ FRONTIERE(S) คลิกที่นี่
นักแสดงชาย
ฮีท เลดเจอร์ (The Dark Knight) โจ๊กเกอร์คือตำนานของฮีท และฮีทคือตำนานของโจ๊กเกอร์
อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม (Happy Birthday) การแสดงของอนันดาจากเรื่องนี้ทำให้เรากลัว
เกียรติ กิจเจริญ (ดรีมทีม) แค่นึกถึงหลานที่บ้านที่มีมากเกือบ 10 คน ก็ทำให้ไม่อยากทำงานร่วมกับเด็กแล้ว แล้วซูโม่กิ๊ก ต้องแสดงร่วมกับเด็กตั้งเท่าไหร่ จับปูใส่กระด้งดีๆนี่เอง
วนิดา แก่นจันทร์



ไม่ได้ดูหลายเรื่อง
อ่านเอนทรี่นี้ แล้วไปหาดูดีกว่าค่ะ
#1 By caffeineaddict on 2009-01-11 02:04