Adiós mi amigo
posted on 04 Dec 2009 20:48 by mailonoon in MaCatสำหรับใครที่มีความรู้ด้านภาษาสเปน คงทราบความหมายกันดี ว่าชื่อบล็อกในครั้งนี้ แปลว่าลาก่อนเพื่อน
ฉันยังไม่ได้กลับบ้าน กอปรกับแม่ไม่ยอมเล่าให้ฟัง ทำให้กว่าจะรู้ว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 น้องชายอีกคนหนึ่งของฉันเสียไปแล้ว ก็ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เห็นจะได้
น้องชายอีกคนหนึ่งที่ว่า ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ แจ๊ค หมาน้อยแสนรักของฉันนั่นเอง เดิมทีแจ๊ตเป็นหมาของคุณอา แต่ท้ายที่สุด ก็กลายเป็นหมาของคุณย่าไปโดยปริยาย แจ๊คเป็นหมานะฮ๊า เพราะโดนตัดตุ้มน้อยออกไปแล้ว พอไม่มีตุ้มน้อย แจ็คก็ตัวอ้วนใหญ่ตามประสาหมาตอนทั่วๆไป
แจ๊คเป็นหมาที่ติดคุณย่ามากๆ เรียกได้ว่า ย่าเดินไปหยุดอยู่ตรงไหน ก็ต้องมีแจ๊คอยู่ตรงนั้น หรือเรียกหาย่า แต่ยังมองไม่เห็นตัว ก็ให้มองหาแจ๊คเข้าไว้ เพราะถ้าเห็นแจ็คตรงไหน ก็คือคุณย่าจะยืนอยู่ตรงนั้น ชัวร์!!
แจ๊คยังคงเป็นหมาในโอวาสของย่า จนถึงประมาณพ.ศ. 2543 ย่าของฉันได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 77 ปี หลังจากนั้นบ้านของย่าก็เหลือแจ๊คเพียงตัวเดียว ตอนแรกนั้นคุณอาจะเอาแจ๊คไปอยู่ที่ต่างจังหวัด อันเป็นบ้านของแฟนอาด้วย แต่แล้วด้วยเหตุอันใดก็ไม่ทราบ ในวันเดินทาง แจ๊คได้หนีมาแอบอยู่ที่บ้านของฉัน ที่อยู่ติดกับบ้านของย่า อาเรียกหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ยอมออกไป
สุดท้าย แจ๊คก็กลายมาเป็นสมาชิกบ้านของฉันตั้งแต่บัดนั้น
เมื่อมาอยู่ที่บ้าน แจ็คก็เป็นหมาที่รักษาความกตัญญูประดุจเกลือรักษาความเค็มไว้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม่ของฉันเดินไปไหน แจ๊คก็เดินตาม แม่นั่งตรงไหน แจ๊คก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้น
แจ๊คคงรู้ว่าแม่เปรียบเสมือนคุณย่าในบ้านของฉัน
น่าเสียใจไม่น้อย ที่แจ๊คเข้ากับ ดู๋ดี๋ หมาของบ้านฉันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ หากใกล้กัน ก็จะขู่กันอยู่เรื่อยไป หนักถึงขึ้นกัดกันเลยก็มี มองจากรูปการณ์แล้ว หมาสองตัวนี้ต่างก็เรียกร้องความรักจากเจ้าของ เพราะกลัวอีกตัวจะได้หน้า ได้ความรักมาก จึงต้องจัดการขู่ให้เข็ดหลาบไปเสียก่อน แต่ผลมันไม่ได้เป็นอย่างที่สองตัวต้องการ เพราะเมื่อมันขู่กัน หรือกัดกันเมื่อไหร่ ก็จะโดนทำโทษทุกครั้งไป
ภารกิจอีกอย่างที่แม่จะชอบใช้แจ๊คเป็นเครื่องมืออยู่บ่อยครั้ง คือการแสดงให้คนอื่นเห็นว่า ไมโล รักและหวงแม่มากแค่ไหนนั่นเอง โดยแม่จะเรียกแจ๊คให้เข้ามาหา เรียกเรื่อยๆ จนแจ๊คเดินมาหาแม่ด้วยความดีใจ ไมโลก็จะออกอาการแมวหวงก้าง ด้วยการเดินปรี่มากันท่าแม่ถึงที่ เอาตัวสีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้า แล้วแม่ก็จะโอ๋ไมโล และขำคิกคักด้วยความชอบใจ
ส่วนแจ๊คบางครั้งก็ได้รับการลูบหัวจากแม่ ที่ทำให้ภารกิจไมโลสำเร็จ บางครั้งก็ต้องนั่งหน้าละห้อยเพราะเดินมาหาแม่เก้อ
มาคิดดูแล้ว แจ๊คน่าสงสารจัง
ทางด้านฉัน แจ๊คเป็นหมาตัวใหญ่ๆ ขนแน่น หนา ฟู ฉันชอบกอดแจ๊ค เพราะมันนุ่มนิ่ม แจ๊คก็รักฉัน คิดว่านะ เวลากลับไปบ้าน ก็จะมีแจ๊คเดินออกมาก่อนใคร ถ้ามันช่วยถือของให้ได้ ก็จะดีไม่ใช่น้อยเลย มาคิดดูตอนนี้ ฉันมีเวลาให้มันน้อยจัง ตอนที่ยังไม่ได้ไปเรียนต่างจังหวัด ก็ปล่อยปละละเลย ส่วนหนึ่งเพราะตอนนั้นย่าดูแลมันอยู่แล้ว ถึงคราาวมาอยู่บ้านฉัน ฉันก็ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดอีก เพราะไปเรียนที่อื่นเสียแล้ว
หากนับอายุของแจ๊ค คิดว่าน่าจะ 10 ปี เลยนะ เป็นคนก็คงเป็นลุง เป็นปู่แล้ว ร่างกายก็ทรุดโทรม อ่อนแรงลงไปตามกาลเวลา บ้านฉันเลี้่ยงหมามาแล้วก็ 4 รุ่น แต่ละรุ่น ตายเพราะหมอสัตวฯ ทั้งนั้นเลย ทำไมนะหมอมาฉีดยารักษาโรคให้หมาบ้านฉัน มันต้องตายทุกตัวเลย
มาถึงแจ๊ค สังเกตว่ามันไอบ่อยๆหลายครั้งแล้ว เคยปรึกษาพี่ในบล็อกว่าทำยังไงดีหมาไอบ่อยๆ พี่แนะนำมาแล้ว ไปบอกแม่แต่แม่ไม่กล้า กลัวหมาตาย แม่บอกค่อยให้น้องพาไปหาหมอที่ไว้ใจได้ แต่จนแล้วจนรอด หมอคนนั้นก็ไม่ว่างเสียที เมื่อแจ๊คตายแล้ว แม่บอกอย่างเสียใจ ว่าไม่อยากให้หมอคนอื่นมารักษา เพราะกลัวมันตายไวกว่าเดิม
แม่เล่าให้ฟังด้วยความรู้สึกผิดเล็กๆ ว่าก่อนแจ๊คตายสามวัน มันไม่ยอมห่างแม่ไปไหนเลย มองตาม เดินตามตลอด แม่ก็รู้สึกเล็กๆ ว่าแจ๊คอาจจะไปครั้งนี้แล้วก็ได้ แม่บอกพ่อ และพยายามให้แจ๊คอยู่บริเวณบ้าน ไม่ให้เข้าไปใต้ท้องรถ
จนในที่สุด แจ๊คไอเฮือกสุดท้าย สายตามองออกไปนอกบริเวณบ้าน แล้วก็ล้มตึง น้ำลายฟูมปาก ก่อนอุณหภูมิในร่างกายจะค่อยๆลดลง ตัวแข็ง และจากไปอย่างสงบ โดยมีแม่อยู่ใกล้ๆ แล้วแม่กับพ่อก็อุ้มมันไปฝังใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งของบ้าน
ฉันคิดว่า แจ๊คคงมีความสุข เพราะอย่างน้อยมันก็ตายอยู่ใกล้ๆแม่ คนที่มันรักและปกป้องให้ปลอดภัยจากสิ่งอันตรายทั้งปวง ตามประสาหมายอดกตัญญู
สุดท้ายแจ๊คคงเป็นหมาที่ฉันรักและชอบมากเป็นอันดับต้นๆ แจ๊คคงเป็นหมาน่ารักของแม่ แจ๊คคงเป็นเพื่อนหมาผู้น่ารักของไมโล
แจ๊คคงเป็นหมาที่บ้านของฉัน จะไม่มีวันลืม
หลับให้สบาย เจ๊รักแจ๊คนะ
บันทึกไว้ในวันที่ 4 ธันวาคม 2552
วนิดา แก่นจันทร์


